ผลิตภัณฑ์พาร์เมซานชีส

ชีส7

ชีสเป็นอาหารที่ผลิตจากนม ดังนั้นเรื่องของแคลเซียมที่บำรุงกระดูกไม่ต้องพูดถึง เพราะชีสเชดด้าเพียง 100 กรัมก็มีปริมาณแคลเซียม ถึง 710 มิลลิกรัม ในขณะที่นมสด 1 แก้ว (244 กรัม) มีแคลเซียมเพียง 305 มิลลิกรัมเท่านั้น อ่านเพิ่ม

คุณประโยชน์ของชีส

ชีส7

 

  1. บำรุงกระดูกให้แข็งแรง

ชีสเป็นอาหารที่ผลิตจากนม ดังนั้นเรื่องของแคลเซียมที่บำรุงกระดูกไม่ต้องพูดถึง เพราะชีสเชดด้าเพียง 100 กรัมก็มีปริมาณแคลเซียม ถึง 710 มิลลิกรัม ในขณะที่นมสด 1 แก้ว (244 กรัม) มีแคลเซียมเพียง 305 มิลลิกรัมเท่านั้น นอกจากนี้ ชีสยังอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินดี ที่ส่งผลดีต่อมวลกระดูก ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี

  1. ป้องกันปัญหาฟันผุ

การวิจัยหนึ่งในประเทศฟินแลนด์ แสดงให้เห็นว่าการรับประทานชีสไม่เพียงแค่ช่วยให้ร่างกายได้รับแคลเซียมที่ดีกับกระดูกเท่านั้น แต่เชื้อแบคทีเรียบางชนิดอย่างโปรไบโอติดที่อยู่ในชีสยังช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดฟันผุได้อีกด้วย โดยในการทดลองกับอาสาสมัคร 74 คน ในช่วงอายุ 18-35 ปี พบว่าเมื่อรับประทานชีสปริมาณ 75 กรัมต่อวันแล้ว ปริมาณเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของฟันผุ และยีสต์ที่เป็นสาเหตุของปัญหาช่องปากลดลงอย่างมากจนทำให้ความเสี่ยงปัญหาสุขภาพช่องปากลดลง

  1. ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 2010 แสดงให้เห็นว่าการรับประทานชีสจะทำให้ร่างกายได้รับกรดไขมันทรานส์ปลามิโทเลอิก (Trans-palmitoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่สามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์นม โดยกรดไขมันชนิดนี้สามารถลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้กว่า 60% ไม่เพียงเท่านั้น ชีสยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ระดับอินซูลิน ลดความเสี่ยงการอักเสบต่าง ๆ และเพิ่มความไวต่ออินซูลินได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะหากมากเกินไป จะทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวมากเกินไป

  1. ช่วยในการลดน้ำหนัก

เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการรับประทานชีสแล้วอ้วนไปได้เลย เพราะจริง ๆ แล้วการรับประทานชีสไม่ได้ทำให้อ้วนเสมอไป ในทางตรงกันข้าม หากรับประทานปริมาณน้อยอย่างพอเหมาะก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย เนื่องจากไขมันที่ได้จากการรับประทานชีสทำให้อยู่ท้องนานขึ้น และไม่รู้สึกหิวบ่อย แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรรับประทานชีสที่ไขมันต่ำในรับประทานที่พอเหมาะกับอาหารที่ช่วยในการควบคุมอาหารอื่น ๆ ก็จะช่วยในการลดน้ำหนักมากขึ้น

  1. ลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ

อีกหนึ่งประโยชน์ของชีสที่หลายคนอาจไม่ทราบคือชีสสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-Cholesterol) ได้ ทั้งนี้เป็นผลมาจากกรดไขมันบิวไทเรตนั้นมีบทบาทในการยับยั้งการสะสมไขมัน ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลง หากจะให้ดีกับสุขภาพหัวใจมากขึ้น ขอแนะนำให้รับประทานบลูชีส (Blue Cheese) กับไวน์แดง เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากชีสแล้ว ก็จะได้ประโยชน์จากสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจไปด้วยในคราวเดียวกัน แต่ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะด้วยเช่นกัน

สาระน่ารู้เรื่องพาร์เมซานชีส

ชีส8

 

พาเมซานชีส (Parmesan) เป็นชีสเนื้อแข็ง ที่มีความชื้นน้อย รสชาดจึงเข้มข้น กลิ่นจะค่อนข้างแรง มีความเค็มมัน
โดยจะผ่านการเก็บบ่ม (aging) 24-30 เดือน ยิ่งบ่มนานจะมีราคาสูงและมีรสชาติดียิ่งขึ้น โดยขั้นตอนการทำจะนำน้ำนมวัวดิบมาผสมด้วย starter whey (whey หรือ milk plasma) คือ น้ำได้จากขั้นตอนทำcurd ของกระบวนการผลิตชีส ซึ่ง whey ที่เหลือจากกระบวนการทำพามีซาน ชีส จะนำไปใช้เลี้ยงหมู ที่จะใช้ทำพาร์ม่าแฮม “Prosciutto di Parma” (cured Parma ham)

โดยแบ่งเกรดของพามิซานชีส ตามระยะเวลาการบ่ม ได้เป็น 3 ระดับ คือ
Minimum: 12 เดือน
Vecchio: 18–24 เดือน
Stravecchio: 24–36 เดือน

ต้นกำเนิดของพาร์มีซานชีส มาจากอิตาลี แถบแคว้น Parma, Reggio Emilia, Modena, ,Bologna (all in Emilia-Romagna), Mantova (in Lombardia) ชีสที่ทำขึ้นจากแหล่งผลิตเหล่านี้ ในกฏหมายของประเทศอิตาลี จะเติดป้ายและเรียกพามิซาน ชีสนี้ ว่า “Parmigiano-Reggiano” ส่วนชีสที่รสชาติและวิธีการผลิตคล้ายกับ Parmigiano-Reggiano ก็คือ Grana Padano

เมนูทำจากพามิซานชีส

ชีส9

 

สูตรอาหารที่ใช้พามิซานชีส (พาร์มิซานชีส) เช่น สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ, เฟซตูชินี่ซอสเพสโต้,สปาเกตตี้โบโลเนสซอส, สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า, เฟตตูชินี่ผักโขม ครีมซอสกุ้ง, Baked Camembert Pasta, เครปฟักทอง, ซีซาร์สลัด, สลัดผักสไตล์อิตาเลี่ยน, พาสต้า, สปาเก็ตตี้, พิซซ่า, อัลเฟรโด้ซอส (Alfredo sauce), เพสโต้ซอส (pesto sauce), ซุป, ริซอตโต้ (risotto)

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*